หากเปิดผลทดสอบดินในห้องปฏิบัติการแล้วพบคำว่า Unconfined Compression Test (UC Test หรือ UCT) พร้อมตัวเลข qu และ su สิ่งแรกที่ต้องเข้าใจคือ ค่านี้บอกกำลังของ ตัวอย่างดินภายใต้รูปแบบการทดสอบหนึ่ง ไม่ใช่กำลังรับน้ำหนักปลอดภัยของฐานรากโดยตรง การแปลผลต้องอ่านชนิดตัวอย่าง ความลึก ความชื้น กราฟความเค้น–ความเครียด และข้อจำกัดของวิธีทดสอบประกอบกัน

การทดสอบนี้ใช้ตัวอย่างดินที่สามารถคงรูปเป็นทรงกระบอกโดยไม่ต้องมีแรงดันด้านข้าง เช่น ดินเหนียวบางประเภท แล้วออกแรงกดในแนวดิ่งจนได้ค่ากำลังอัดแบบไม่ถูกจำกัดด้านข้าง (unconfined compressive strength, qu) จึงเป็นวิธีประเมินกำลังของดินเหนียวที่ทำได้ค่อนข้างรวดเร็ว แต่ไม่สามารถแทนการจำลองสภาพความเค้นจริงใต้ดินทุกกรณี

บทความนี้เน้นการ อ่านรายงาน UC Test ให้ถูกต้อง พร้อมตัวอย่างวิธีคิด qu และ su ไม่ใช่ขั้นตอนสำหรับนำเครื่องมือไปทดสอบแทนห้องปฏิบัติการที่มีบุคลากรและการควบคุมคุณภาพเหมาะสม หากต้องการเข้าใจที่มาของตัวอย่างดิน ให้เริ่มจาก การเก็บตัวอย่างดินคงสภาพ (Undisturbed Sample) แล้วอ่านประกอบกับ Boring Log คืออะไร

ตัวอย่างดินเหนียวทรงกระบอกในเครื่องทดสอบ Unconfined Compression Test เพื่อศึกษาค่า qu และ su
การทดสอบตัวอย่างดินเหนียวด้วยเครื่อง Unconfined Compression Test — หมายเหตุ: ภาพนี้สร้างโดย AI

Unconfined Compression Test (UC Test) คืออะไร

Unconfined Compression Test คือการทดสอบกำลังอัดในแนวแกนของตัวอย่างดินที่ไม่มีแรงดันโอบรัดด้านข้าง (lateral confinement) เครื่องทดสอบเพิ่มการเคลื่อนตัวตามแนวแกนอย่างควบคุมได้ พร้อมบันทึกแรงกดและการเสียรูปของตัวอย่าง แล้วนำไปสร้างกราฟ axial stress–axial strain เพื่อหากำลังอัดภายใต้เงื่อนไขดังกล่าว

มาตรฐานที่ตรวจสอบ ณ ตุลาคม 2026 คือ ASTM D2166/D2166M-24 ซึ่งมีสถานะ Active โดยครอบคลุมตัวอย่างดินที่มีแรงยึดเหนี่ยวและคงรูปได้ ทั้งแบบ intact, remolded และ reconstituted ภายใต้ข้อกำหนดของวิธีทดสอบ มาตรฐานชี้ชัดด้วยว่า UC Test ให้ค่ากำลังในเชิง total stress และเป็นตัวชี้บ่งกำลังเฉือนแบบไม่ระบายน้ำ มากกว่าจะเป็นการจำลองสภาพความเค้นในดินจริง

UC Test เหมาะกับดินชนิดใด

เหมาะกับดินที่สามารถตัดแต่งเป็นแท่งทรงกระบอกและคงรูปได้ระหว่างเตรียมและทดสอบ โดยเฉพาะดินเหนียวที่มีความยึดเหนี่ยวเพียงพอ ส่วนดินทรายหลวม ดินร่วนแห้งที่แตกง่าย ดินอินทรีย์บางชนิด ดินที่มีรอยแตกมาก หรือดินที่มีทราย/ทรายแป้งปนจนตัวอย่างไม่คงรูป อาจไม่เหมาะกับการทดสอบนี้

คำว่า “ดินเหนียว” ใน Boring Log เพียงอย่างเดียว ไม่ได้รับประกันว่าตัวอย่างจะเหมาะกับ UC Test ต้องพิจารณาสภาพเนื้อดิน โครงสร้าง รอยแตก ความอิ่มตัว และคุณภาพตัวอย่างจริงก่อน

ค่า qu และ su ต่างกันอย่างไร

สัญลักษณ์ ความหมาย สิ่งที่ควรจำ
qu Unconfined compressive strength หรือกำลังอัดสูงสุดตามนิยามวิธีทดสอบ เป็นค่าความเค้นอัด ไม่ใช่ค่า Bearing Capacity
su หรือ cu Undrained shear strength หรือกำลังเฉือนในสภาวะไม่ระบายน้ำ อาจประมาณจาก UC Test ด้วยความสัมพันธ์ su ≈ qu/2 เมื่อสมมติฐานเหมาะสม
εa Axial strain หรือความเครียดในแนวแกน ต้องอ่านร่วมกับช่วงเกิดกำลังสูงสุดและรูปทรงกราฟ
w Water content หรือความชื้นของตัวอย่าง ช่วยตรวจความสมเหตุสมผลและเปรียบเทียบตัวอย่าง

ทำไมจึงใช้ su ≈ qu/2

ภายใต้การตีความแบบ total-stress undrained strength สำหรับดินเหนียวที่เหมาะสม และสมมติฐานพฤติกรรม φu ≈ 0 การทดสอบแรงอัดแบบไม่มีแรงดันด้านข้างมีค่าความเค้นหลักด้านข้างประมาณศูนย์ จึงได้ความสัมพันธ์เชิงอุดมคติว่า su ≈ qu/2

อย่างไรก็ตาม ASTM ระบุว่าการทดสอบไม่ได้ทำให้ตัวอย่างมีสภาพความเค้นก่อนรับแรงเหมือนในสนาม และเงื่อนไขการระบายน้ำระหว่างทดสอบก็ไม่สามารถยืนยันได้สมบูรณ์ทุกตัวอย่าง ดังนั้น su ที่ได้ควรใช้เป็นข้อมูลประกอบการประเมิน ไม่ใช่ค่ากำลังออกแบบที่ต้องเลือกใช้โดยอัตโนมัติ

ตัวอย่างการอ่านผลแบบง่าย

สมมติรายงานแสดง qu = 160 kPa สำหรับตัวอย่างดินเหนียวที่เหมาะสมกับวิธีทดสอบ ถ้าการประเมินใช้สมมติฐาน su ≈ qu/2 จะได้ su ≈ 80 kPa

ตัวเลข 80 kPa นี้เป็นค่าประมาณตามวิธีและสมมติฐาน ไม่ได้หมายความว่าฐานรากรับแรงได้ 80 kPa อย่างปลอดภัย เพราะการออกแบบต้องพิจารณารูปทรงฐานราก ความลึก สภาพชั้นดิน น้ำใต้ดิน ลักษณะแรง และเกณฑ์การทรุดตัวร่วมด้วย

ห้องปฏิบัติการทำ UC Test อย่างไรโดยสรุป

1. คัดเลือกและเตรียมตัวอย่าง

เริ่มจากตรวจสอบชื่อโครงการ หมายเลขหลุมเจาะ ความลึก ลักษณะตัวอย่าง และบันทึกการเก็บรักษา ตัวอย่างชนิดคงสภาพมักได้จากกระบอกเก็บตัวอย่างผนังบาง โดยห้องปฏิบัติการต้องลดการรบกวนและการสูญเสียความชื้นให้มากที่สุด จากนั้นตัดแต่งตัวอย่างให้ได้รูปทรงและขนาดตามเกณฑ์ของวิธีทดสอบ

ถ้าตัวอย่างมีรอยแตกจากการขนส่ง ถูกบีบอัดขณะดันออกจากกระบอก หรือสูญเสียความชื้น ผลที่ได้อาจไม่เป็นตัวแทนของดินในพื้นที่ จึงต้องบันทึกสภาพตัวอย่างก่อนทดสอบอย่างตรงไปตรงมา

2. วางตัวอย่างระหว่างแผ่นกดและเพิ่มแรงตามแนวแกน

เครื่องทดสอบจะกดตัวอย่างทรงกระบอกในแนวดิ่งโดย ไม่มีแรงดันโอบรัดด้านข้าง และบันทึกแรงกับระยะยุบตัวตามช่วงเวลาหรือความเครียดที่กำหนด แรงดันด้านข้างจึงไม่เหมือนการทดสอบ Triaxial ซึ่งสามารถจำลองเงื่อนไขความเค้นและการระบายน้ำได้หลากหลายกว่า

3. สร้างกราฟ stress–strain และหาค่าตามเกณฑ์

ผลจากแรงและการเสียรูปจะถูกแปลงเป็นความเค้นอัดและความเครียดตามแนวแกน โดยมีการพิจารณาพื้นที่หน้าตัดที่เปลี่ยนไปขณะตัวอย่างยุบตัว จากนั้นเลือกค่า qu ตามเกณฑ์ของวิธีทดสอบและรายงานลักษณะการเสียรูปหรือการวิบัติด้วย

วิธีคำนวณ qu จากแรงกดและพื้นที่หน้าตัด

ในภาพรวม ความเค้นอัดมีความสัมพันธ์กับแรงกดและพื้นที่หน้าตัด ณ ช่วงที่พิจารณา:

Axial stress = P / A

โดย P คือแรงกดในหน่วย N และ A คือพื้นที่หน้าตัดที่ใช้คำนวณในหน่วย m² ผลที่ได้มีหน่วย Pa หรือแปลงเป็น kPa

เนื่องจากตัวอย่างดินมักโป่งด้านข้างระหว่างถูกกด จึงไม่ควรใช้พื้นที่เริ่มต้นโดยไม่พิจารณาการเปลี่ยนรูป หากเป็นการคำนวณภายใต้สมมติฐานปริมาตรคงที่โดยประมาณ อาจเขียนพื้นที่แก้ไขได้เป็น A = A₀ / (1 − εa) ทั้งนี้การคำนวณจริงต้องเป็นไปตามวิธีทดสอบที่ใช้และข้อมูลการทดลอง

ตัวอย่างคำนวณเพื่อความเข้าใจ

สมมติตัวอย่างทรงกระบอกมีเส้นผ่านศูนย์กลางเริ่มต้น 50 mm และในช่วงหนึ่งวัดแรงได้ 300 N ที่ axial strain 4%

  • พื้นที่เริ่มต้น A₀ = π(0.05)²/4 ≈ 0.0019635 m²
  • พื้นที่แก้ไขโดยประมาณ A = 0.0019635/(1 − 0.04) ≈ 0.0020453 m²
  • ความเค้นอัด P/A = 300/0.0020453 ≈ 146.7 kPa

146.7 kPa เป็นเพียงความเค้นที่จุดข้อมูลสมมตินี้ ยังไม่อาจเรียกว่า qu จนกว่าจะพิจารณากราฟทั้งหมดและเกณฑ์การระบุค่าในวิธีทดสอบ ตัวอย่างนี้สร้างเพื่ออธิบายหลักการคำนวณ ไม่ใช่ผลทดสอบของโครงการจริง

วิธีอ่านรายงาน UC Test ให้ถูกต้อง

การอ่านเฉพาะตัวเลข qu อาจพลาดข้อมูลสำคัญ ควรตรวจรายการต่อไปนี้ร่วมกัน

รายการในรายงาน ควรตรวจอะไร ทำไมจึงสำคัญ
Borehole / Sample ID หมายเลขหลุม ช่วงความลึก และชนิดตัวอย่าง ยืนยันว่าเป็นดินชั้นใดของโครงการ
Soil description สี เนื้อดิน รอยแตก ลักษณะการคงรูป ช่วยพิจารณาความเหมาะสมของวิธีทดสอบ
Initial dimensions เส้นผ่านศูนย์กลาง ความสูง พื้นที่เริ่มต้น ใช้ตรวจการคำนวณความเค้น
Water content ความชื้นที่รายงานและวิธีการเก็บตัวอย่าง ช่วยอธิบายความต่างระหว่างตัวอย่าง
Stress–strain curve จุดสูงสุด รูปร่างกราฟ และความเครียดที่เกี่ยวข้อง ตรวจว่าค่า qu ถูกกำหนดอย่างไร
Failure mode เฉือนเฉียง โป่งตัว หรือแตกร้าวก่อนทดสอบ อาจบ่งชี้สภาพตัวอย่างและพฤติกรรมผิดปกติ
qu และ su หน่วย วิธีคำนวณ สมมติฐานของ su ป้องกันการสับสนระหว่างกำลังอัดกับกำลังเฉือน

เปรียบเทียบตัวอย่างที่อยู่คนละความลึกอย่างไร

ถ้าตัวอย่างสองระดับให้ qu ต่างกัน อย่าเพิ่งสรุปว่าชั้นที่อยู่ลึกกว่าดีกว่าหรือแย่กว่า ต้องอ่าน ชนิดดิน ระดับน้ำใต้ดิน ประวัติความเค้น ความชื้น และคุณภาพตัวอย่าง ร่วมด้วย บางครั้งค่าที่ต่ำผิดปกติอาจเกิดจากการรบกวนตัวอย่างหรือรอยแตก ไม่ใช่จากชั้นดินจริงเพียงอย่างเดียว

ผู้ที่ต้องการอ่านภาพรวมชั้นดินควรใช้ผลนี้ร่วมกับ SPT N-Value ใน Boring Log และ ระดับน้ำใต้ดิน (GWL) โดยระวังว่าการทดสอบแต่ละวิธีวัดพฤติกรรมคนละเงื่อนไข

ข้อจำกัดสำคัญของ Unconfined Compression Test

ไม่มีแรงดันโอบรัด จึงไม่จำลองสภาพความเค้นในสนาม

ในดินจริง ตัวอย่างอยู่ภายใต้แรงจากดินรอบข้างและน้ำใต้ดิน แต่ UC Test ทดสอบโดยไม่มี lateral confinement ค่าที่วัดจึงไม่สะท้อนสภาพเริ่มต้นทั้งหมด โดยเฉพาะสำหรับการวิเคราะห์ที่อ่อนไหวต่อความเค้นและการระบายน้ำ

ผลไวต่อการรบกวนตัวอย่างและการคลายความเค้น

ตัวอย่างดินคงสภาพก็ยังอาจถูกรบกวนระหว่างเจาะ เก็บ ขนส่ง ดันออกจากกระบอก หรือเตรียมทดสอบ รวมถึงเกิดการเปลี่ยนสภาพหลังนำออกจากแรงโอบรัดในสนามได้ ความแตกต่างนี้มีผลต่อค่ากำลังที่รายงาน

ไม่เหมาะกับดินทุกชนิด

ตัวอย่างที่ไม่คงรูป ดินทราย ดินร่วนแห้งแตกง่าย หรือวัสดุมีรอยแตกและชั้นสลับเด่นชัด อาจไม่ให้ผล UC Test ที่น่าเชื่อถือ การบังคับทดสอบเพราะต้องการตัวเลขเพียงอย่างเดียวอาจเพิ่มความเสี่ยงในการตีความผิด

qu ไม่เท่ากับกำลังรับน้ำหนักฐานราก

Bearing Capacity ขึ้นกับรูปทรง ขนาดและระดับฐานราก ตำแหน่งชั้นดิน น้ำใต้ดิน เงื่อนไขการวิบัติ และปัจจัยความปลอดภัย รวมถึงต้องพิจารณาการทรุดตัว UC Test จึงเป็นเพียงแหล่งข้อมูลกำลังดินสำหรับการวิเคราะห์ ไม่ใช่ผลคำนวณออกแบบฐานรากสำเร็จรูป

UC Test ต่างจาก Field Vane, SPT และ Atterberg Limits อย่างไร

  • UC Test: ทดสอบตัวอย่างดินในห้องปฏิบัติการแบบไม่มีแรงดันด้านข้างเพื่อหาค่า qu และประเมิน su ภายใต้ข้อสมมติที่เหมาะสม
  • Field Vane Shear Test: ประเมินกำลังเฉือนแบบไม่ระบายน้ำของดินเหนียวอ่อนในสนาม โดยยังมีข้อจำกัดเรื่องการรบกวนและการปรับแก้ค่าตามบริบท
  • SPT: ให้ค่า N จากความต้านทานการตอก ไม่ได้วัด su ตรงแบบเดียวกับ UC Test และไม่ควรแปลงด้วยสูตรเดียวสำหรับทุกชั้นดิน
  • Atterberg Limits: ให้ค่าดัชนีความเป็นพลาสติก เช่น LL, PL และ PI เพื่อใช้จำแนกและอธิบายพฤติกรรมของดินละเอียด ไม่ได้วัดกำลังอัดของตัวอย่างโดยตรง

การเปรียบเทียบผลควรพิจารณาว่าแต่ละวิธีทำในสนามหรือห้องปฏิบัติการ ใช้ตัวอย่างชนิดใด และอยู่ภายใต้เงื่อนไขการรับแรงแบบใด ถ้าโครงการต้องการกำลังเฉือนสำหรับการออกแบบที่มีความเสี่ยงสูง วิศวกรอาจกำหนดการทดสอบเพิ่มเติม เช่น Triaxial UU/CU หรือวิธีอื่นตามปัญหาที่ต้องวิเคราะห์

Checklist สำหรับผู้ตรวจรายงานก่อนนำ qu หรือ su ไปใช้

  1. ตัวอย่างที่ทดสอบเป็นดินจากหลุมและระดับความลึกที่ระบุจริงหรือไม่
  2. เป็นตัวอย่างคงสภาพหรือ Remolded และมีบันทึกความเสียหายจากการเก็บตัวอย่างหรือไม่
  3. ตัวอย่างสามารถคงรูปและเหมาะกับ ASTM D2166/D2166M-24 หรือไม่
  4. มีข้อมูลเส้นผ่านศูนย์กลาง ความสูง ความชื้น และกราฟ stress–strain ครบหรือไม่
  5. ระบุค่า qu พร้อมหน่วยและวิธีเลือกค่าจากกราฟหรือไม่
  6. ถ้ารายงานค่า su ระบุหรือเข้าใจสมมติฐาน su ≈ qu/2 หรือไม่
  7. ค่าที่ได้สอดคล้องกับ Soil Description, Boring Log และผลทดสอบที่เกี่ยวข้องหรือไม่
  8. ผลทดสอบเพียงพอต่อวัตถุประสงค์ของโครงการหรือจำเป็นต้องทดสอบเพิ่มเติม

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

qu = 100 kPa แปลว่าดินรับน้ำหนักได้ 100 kPa หรือไม่

ไม่ใช่ ค่า qu เป็นกำลังอัดจาก UC Test ภายใต้เงื่อนไขเฉพาะ ไม่ใช่ Allowable Bearing Pressure หรือกำลังรับน้ำหนักปลอดภัยของฐานราก ต้องผ่านการวิเคราะห์ทางวิศวกรรมและตรวจสอบการทรุดตัวด้วย

ค่า qu กับ UCS เป็นค่าเดียวกันหรือไม่

ในบริบทการทดสอบดิน UCS มักย่อจาก Unconfined Compressive Strength จึงหมายถึงค่ากำลังอัด qu ส่วน UC Test/UCT หมายถึงวิธีทดสอบ อย่างไรก็ตาม UCS ยังใช้กับการทดสอบวัสดุหรือหินในบริบทอื่น จึงควรอ่านชนิดตัวอย่างและมาตรฐานที่อ้างถึงให้ชัดเจน

ทำไมบางรายงานให้ su เป็นครึ่งหนึ่งของ qu

เป็นการประมาณโดยใช้แนวคิดกำลังเฉือนแบบไม่ระบายน้ำใน total-stress ภายใต้สมมติฐานที่เหมาะกับดินเหนียวบางกรณี ไม่ใช่ความสัมพันธ์ที่ใช้ได้กับทุกวัสดุหรือทุกสภาพความเค้น

ตัวอย่างดินเหนียวอ่อนมากทำ UC Test ได้ทุกตัวอย่างหรือไม่

ไม่เสมอไป หากตัวอย่างไม่สามารถคงรูป ถูกทำลายหรือรบกวนมาก การทดสอบอาจไม่เหมาะสมและต้องพิจารณาวิธีอื่นตามลักษณะดินกับวัตถุประสงค์ของโครงการ

ทำไมค่า su จาก UC Test จึงไม่เท่ากับ Field Vane Test

สองวิธีมีตำแหน่งทดสอบ สภาพตัวอย่าง แนวการเฉือน อัตราการรับแรง และผลของการรบกวนต่างกัน ค่าที่ต่างกันจึงไม่ได้ยืนยันว่าเครื่องมือใดผิดโดยอัตโนมัติ ต้องประเมินคุณภาพและเงื่อนไขของข้อมูลทุกชุด

หากต้องการวางแผนการทดสอบสำหรับโครงการควรเริ่มอย่างไร

เริ่มจากกำหนดประเภทโครงสร้าง พื้นที่โครงการ วัตถุประสงค์ของการออกแบบ และข้อมูลชั้นดินที่มีอยู่ แล้วให้วิศวกรกำหนดขอบเขต Soil Boring Test และการทดสอบในห้องปฏิบัติการตามความเหมาะสม สามารถ ขอใบเสนอราคางานเจาะสำรวจดิน โดยแนบรายละเอียดโครงการเพื่อใช้พิจารณาขอบเขตงาน

สรุป

Unconfined Compression Test ช่วยวัดกำลังอัดแบบไม่มีแรงดันโอบรัดของดินที่เหมาะกับการทดสอบ โดยรายงาน qu เป็นค่ากำลังอัด ส่วน su อาจประเมินจาก qu/2 ภายใต้สมมติฐาน undrained total-stress ที่เหมาะสม การอ่านผลให้ถูกต้องต้องพิจารณากราฟ stress–strain คุณภาพตัวอย่าง วิธีทดสอบ และบริบทชั้นดินร่วมกัน ไม่ควรหยิบตัวเลขไปใช้เป็น Bearing Capacity โดยตรง

เอกสารอ้างอิง

หมายเหตุ: ตัวเลขในตัวอย่างคำนวณเป็นตัวเลขสมมติเพื่อการศึกษาเท่านั้น การเลือกใช้พารามิเตอร์ออกแบบต้องพิจารณาโดยวิศวกรที่รับผิดชอบโครงการตามข้อมูลจริง

Unconfined Compression Test คืออะไร? อ่านค่า qu และ su ของดินเหนียวอย่างไร