SPT N-Value เป็นหนึ่งในตัวเลขที่พบได้บ่อยที่สุดในรายงานเจาะสำรวจดินและ Boring Log แต่ตัวเลขนี้ไม่ได้หมายถึง “กำลังรับน้ำหนักของดิน” โดยตรง และไม่ควรนำไปใช้ตัดสินฐานรากจากค่าเดียว บทความนี้อธิบายตั้งแต่วิธีที่ค่า N เกิดขึ้น วิธีอ่านผลใน Boring Log ไปจนถึงข้อจำกัดและสิ่งที่ควรตรวจสอบก่อนใช้ค่า SPT ในงานออกแบบ

สำหรับเจ้าของโครงการ ผู้ควบคุมงาน สถาปนิก และวิศวกรที่ต้องการเข้าใจภาพรวมก่อนอ่านผลสำรวจจริง สามารถเริ่มจากบทความ Boring Log คืออะไร และ การทดสอบ Soil Boring Test แล้วจึงใช้บทความนี้เป็นคู่มือเฉพาะเรื่อง SPT N-Value

ประเด็นสำคัญ: ค่า SPT N-Value เป็นข้อมูลภาคสนามที่ต้องตีความร่วมกับชนิดดิน ระดับความลึก ระดับน้ำใต้ดิน วิธีเจาะ อุปกรณ์ และผลทดสอบอื่น ๆ การออกแบบฐานรากควรให้วิศวกรที่รับผิดชอบโครงการประเมินข้อมูลทั้งหมดร่วมกัน

SPT คืออะไร และทำไมจึงพบในงานเจาะสำรวจดิน

SPT ย่อมาจาก Standard Penetration Test เป็นการทดสอบความต้านทานต่อการตอกของดินที่ทำในหลุมเจาะ โดยใช้กระบอกเก็บตัวอย่างแบบผ่า หรือ Split-Barrel / Split Spoon Sampler ตอกลงไปที่ก้นหลุมเจาะด้วยตุ้มมาตรฐาน พร้อมบันทึกจำนวนครั้งของการตอกในแต่ละช่วงระยะ

ตาม ASTM D1586/D1586M กระบอกมาตรฐานถูกตอกด้วยตุ้มน้ำหนัก 140 lb หรือประมาณ 63.5 kg ที่มีระยะตก 30 in. หรือประมาณ 750 mm เพื่อให้ได้ทั้งตัวอย่างดินเปลี่ยนสภาพสำหรับการจำแนกชนิดดิน และค่าความต้านทานต่อการตอกสำหรับใช้ประกอบการประเมินสภาพชั้นดิน

ในงานเจาะสำรวจจริง SPT มักทำเป็นช่วง ๆ ตามระดับความลึก หรือเมื่อพบการเปลี่ยนแปลงของชั้นดิน การทดสอบจึงช่วยให้ Boring Log มีข้อมูลที่มองเห็นแนวโน้มความแน่นหรือความแข็งของชั้นดินตามความลึกได้ดีขึ้น

การทดสอบ Standard Penetration Test (SPT) และการเก็บตัวอย่างดินภาคสนาม
การทดสอบ Standard Penetration Test (SPT) ภาคสนาม — หมายเหตุ: ภาพนี้สร้างโดย AI

ค่า SPT N-Value คำนวณอย่างไร

การตอก SPT มาตรฐานแบ่งระยะการตอกทั้งหมดประมาณ 0.45 m ออกเป็น 3 ช่วง ช่วงละประมาณ 0.15 m โดยจำนวนครั้งที่ใช้ในช่วงแรกถือเป็นระยะ Seating เพื่อให้กระบอกเข้าตำแหน่งในดิน ส่วนค่า N-Value คือผลรวมจำนวนครั้งของการตอกในช่วงที่สองและช่วงที่สาม รวมระยะประมาณ 0.30 m

ตัวอย่างการอ่านค่าแบบง่าย

สมมติว่าบันทึกการตอกใน Boring Log ที่ระดับหนึ่งเป็น:

  • 0.00–0.15 m = 6 ครั้ง
  • 0.15–0.30 m = 12 ครั้ง
  • 0.30–0.45 m = 18 ครั้ง

ช่วงแรก 6 ครั้งเป็น Seating จึงไม่นำมารวม ค่า SPT N-Value ที่รายงานคือ 12 + 18 = 30 blows/0.30 m ซึ่งในเอกสารจำนวนมากมักเรียกสั้น ๆ ว่า 30 blows/ft หรือ N = 30

หากกระบอกไม่สามารถตอกได้ครบระยะตามปกติ รายงานภาคสนามควรบันทึกจำนวนครั้งและระยะที่ตอกได้จริงไว้ด้วย ไม่ควรตีความตัวเลขลักษณะนี้เหมือนกับค่า N ที่ได้จากการตอกครบระยะโดยอัตโนมัติ

ค่า N สูงหรือต่ำบอกอะไรเกี่ยวกับดิน

โดยภาพรวม ค่า N ที่ต่ำมักสัมพันธ์กับดินเม็ดหยาบที่หลวมหรือดินละเอียดที่อ่อนกว่า ขณะที่ค่า N สูงมักสัมพันธ์กับชั้นดินที่แน่นหรือแข็งกว่า อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์นี้เป็น empirical correlation หรือความสัมพันธ์จากประสบการณ์และฐานข้อมูล ไม่ใช่กฎที่ใช้แทนผลวิเคราะห์ทางวิศวกรรมได้ทุกกรณี

แนวทางเชิงคุณภาพสำหรับดินทรายและดินเม็ดหยาบ

SPT N-Value โดยประมาณ คำอธิบาย Relative Density
0–4 Very Loose
4–10 Loose
10–30 Medium Dense
30–50 Dense
> 50 Very Dense

แนวทางเชิงคุณภาพสำหรับดินเหนียวและดินละเอียด

SPT N-Value โดยประมาณ คำอธิบาย Consistency
0–2 Very Soft
2–4 Soft
4–8 Medium Stiff
8–15 Stiff
15–30 Very Stiff
> 30 Hard

ข้อควรระวัง: ตารางข้างต้นใช้เพื่อช่วยอ่านภาพรวมของ Boring Log เท่านั้น โดยเฉพาะดินเหนียว การใช้ SPT เพื่อประมาณกำลังเฉือนแบบไม่ระบายน้ำมีความกระจายสูง และแหล่งอ้างอิงด้านปฐพีกลศาสตร์หลายแห่งเตือนว่าไม่ควรใช้ค่า N เพียงตัวเดียวแทนการทดสอบกำลังของดินโดยตรง

ทำไมค่า N ดิบจากสนามจึงไม่ใช่ค่าที่ใช้ได้เหมือนกันทุกเครื่อง

แม้ชื่อจะเป็น “Standard” Penetration Test แต่พลังงานที่ส่งจากตุ้มผ่านก้านเจาะไปถึงกระบอกเก็บตัวอย่างจริงอาจต่างกันได้จากระบบปล่อยตุ้ม สภาพเครื่องจักร ความยาวก้านเจาะ ขนาดหลุมเจาะ ชนิดของกระบอก และขั้นตอนการปฏิบัติงาน ดังนั้นค่า N ดิบที่วัดได้จากเครื่องสองชุดจึงอาจไม่เทียบกันโดยตรงในงานวิเคราะห์ที่ต้องการความละเอียดสูง

ด้วยเหตุนี้ งานออกแบบบางประเภทจึงใช้ค่า N60 ซึ่งเป็นค่า N ที่ปรับแก้ให้สอดคล้องกับระดับพลังงานมาตรฐาน 60% และในกรณีวิเคราะห์เฉพาะทาง อาจมีการปรับแก้เพิ่มเติมตามความดันดินทับถมและเงื่อนไขอื่น ๆ

N-Value กับ N60 ต่างกันอย่างไร

  • N หรือ Nmeas คือค่าที่วัดและบันทึกจากการทดสอบภาคสนาม
  • N60 คือค่า N หลังปรับแก้พลังงานของระบบตอกให้เทียบกับระดับมาตรฐาน 60%
  • ในงานที่ต้องเปรียบเทียบข้อมูลหลายแหล่งหรือวิเคราะห์เชิงปริมาณ ควรตรวจสอบว่าค่าที่ใช้อ้างอิงเป็น N ดิบหรือ N60

ASTM D6066/D6066M-24 เป็นมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการวัดและปรับค่า SPT ให้เป็น N60 สำหรับทราย จึงเป็นอีกเหตุผลที่ไม่ควรเห็นตัวเลข N แล้วนำไปเทียบตารางออกแบบโดยไม่ตรวจสอบบริบทของข้อมูล

ปัจจัยที่ทำให้ค่า SPT N-Value คลาดเคลื่อนหรือเปลี่ยนแปลง

การอ่านค่า N อย่างมีคุณภาพควรพิจารณาปัจจัยต่อไปนี้พร้อมกัน:

1. ระบบตุ้มและประสิทธิภาพการส่งพลังงาน

ตุ้มแบบอัตโนมัติและระบบ rope-and-cathead อาจส่งพลังงานลงก้านเจาะต่างกัน การสอบเทียบพลังงานจึงมีความสำคัญเมื่อข้อมูลจะถูกนำไปใช้ในงานที่ต้องการค่า N60 หรือการวิเคราะห์ที่ไวต่อพลังงานตอก

2. วิธีการเจาะและสภาพก้นหลุม

หากก้นหลุมถูกรบกวน มีเศษดินตกค้าง หรือเกิดการพังทลายของผนังหลุม ค่า SPT อาจไม่สะท้อนชั้นดินเดิมได้เต็มที่ การควบคุมขั้นตอนเจาะจึงสำคัญไม่แพ้การนับจำนวนครั้ง ในเว็บไซต์ EXE Soil Test สามารถดูภาพรวมวิธีเจาะได้จาก Wash Boring และ Rotary Drilling

3. ขนาดเม็ดดิน

ดินที่มีกรวด ก้อนหิน หรือเม็ดหยาบขนาดใหญ่สามารถทำให้กระบอกกระแทกกับเม็ดวัสดุเฉพาะจุดจนเกิดค่า N สูงผิดปกติ และ ASTM D1586/D1586M เองก็จำกัดการใช้งานกับดินที่ไม่เป็นหินแข็งและมีขนาดเม็ดเหมาะสมกับกระบอกทดสอบ

4. ระดับน้ำใต้ดินและความดันดินทับถม

โดยเฉพาะในดินทราย ผล SPT อาจต้องพิจารณาร่วมกับ effective overburden stress และระดับน้ำใต้ดินเมื่อใช้ความสัมพันธ์ทางวิศวกรรมบางประเภท จึงควรอ่านค่า N พร้อมคอลัมน์ระดับความลึกและข้อมูลน้ำใต้ดินใน Boring Log เสมอ

5. การเก็บตัวอย่างและการจำแนกดิน

SPT ไม่ได้ให้เพียงตัวเลข N แต่ยังได้ตัวอย่างดินเปลี่ยนสภาพจาก Split Spoon ซึ่งช่วยยืนยันว่าค่า N ที่วัดมาจากดินชนิดใด อ่านเพิ่มเติมได้ที่ การเก็บตัวอย่างดินเปลี่ยนสภาพ (Disturbed Sample)

วิธีอ่าน SPT N-Value ใน Boring Log ทีละขั้น

  1. ดูระดับความลึกก่อน — ค่า N ที่ระดับ 3 m และ 20 m ไม่ควรถูกนำมาเทียบกันโดยไม่พิจารณาความดันดินและสภาพชั้นดิน
  2. ดู Soil Description / USCS — ต้องรู้ว่าค่านั้นอยู่ในดินเหนียว ดินทราย ดินตะกอน หรือดินผสม
  3. ดู blow count ในแต่ละช่วง — หากรายงานแสดงตัวเลขย่อย ควรตรวจว่า N มาจากช่วงที่สองและสามจริง
  4. มองแนวโน้ม ไม่ดูจุดเดียว — ค่า N ต่อเนื่องหลายระดับช่วยเห็นการเปลี่ยนจากชั้นอ่อนไปชั้นแน่นได้ชัดกว่าค่าเดี่ยว
  5. ตรวจระดับน้ำใต้ดิน — น้ำใต้ดินมีผลต่อพฤติกรรมของดินและการตีความข้อมูลบางชนิด
  6. ดูผลทดสอบอื่นประกอบ — เช่น Water Content, Atterberg Limits, Unit Weight, Unconfined Compression หรือ Sieve Analysis ตามชนิดดินและวัตถุประสงค์ของโครงการ

ค่า SPT N-Value ใช้ทำอะไรในงานวิศวกรรม

เมื่อใช้ร่วมกับข้อมูลที่เหมาะสม ค่า SPT สามารถช่วยงานวิศวกรรมได้หลายด้าน เช่น:

  • อธิบายความเปลี่ยนแปลงของความแน่นในชั้นทรายตามความลึก
  • ช่วยแบ่งชั้นดินในรายงานเจาะสำรวจ
  • ใช้ใน empirical correlations เพื่อประเมินพารามิเตอร์บางชนิดของดิน
  • ใช้เป็นข้อมูลประกอบการออกแบบฐานรากและเสาเข็ม
  • ใช้ประกอบการประเมิน liquefaction เมื่อมีการปรับแก้และใช้ขั้นตอนตามมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง

สิ่งสำคัญคือ SPT N-Value ไม่ใช่ค่ากำลังรับน้ำหนักอนุญาตของฐานรากโดยตรง การแปลงค่า N เป็น bearing capacity หรือความยาวเสาเข็มจากสูตรสั้น ๆ โดยไม่ตรวจสอบชนิดดิน วิธีทดสอบ และเงื่อนไขโครงการ อาจทำให้การออกแบบคลาดเคลื่อนได้

ตัวอย่างการตีความแบบไม่ควรรีบสรุป

สมมติ Boring Log พบค่า N เพิ่มจาก 6 → 12 → 25 → 45 ตามความลึก การมองเพียงตัวเลขอาจทำให้สรุปว่า “ดินแข็งขึ้นเรื่อย ๆ” แต่ก่อนใช้ในการออกแบบควรตรวจสอบอย่างน้อยว่าแต่ละระดับเป็นดินชนิดเดียวกันหรือไม่ มีชั้นทรายสลับดินเหนียวหรือไม่ ระดับน้ำใต้ดินอยู่ตรงไหน และมีจุดใดที่ตัวอย่างมีกรวดหรือวัสดุแข็งซึ่งอาจทำให้ค่า N กระโดดสูงเฉพาะจุด

ในทางกลับกัน หากค่า N ต่ำในชั้นดินเหนียวอ่อนก็ไม่ได้หมายความว่าต้องเลือกเสาเข็มทันที เพราะรูปแบบฐานรากยังขึ้นอยู่กับน้ำหนักโครงสร้าง การทรุดตัวที่ยอมรับได้ ความหนาของชั้นอ่อน และชั้นรับน้ำหนักที่อยู่ลึกลงไป

SPT ต่างจาก Pocket Penetrometer และ Field Vane Shear อย่างไร

เครื่องมือทั้งสามชนิดให้ข้อมูลเกี่ยวกับความแข็งแรงของดิน แต่หลักการและขอบเขตการใช้ต่างกัน SPT วัดความต้านทานการตอกและให้ตัวอย่างดินเปลี่ยนสภาพ ส่วน Pocket Penetrometer เป็นการประเมินความต้านทานของตัวอย่างดินแบบรวดเร็ว และ Field Vane Shear Test เหมาะกับการประเมิน undrained shear strength ของดินเหนียวอ่อนในสนามโดยตรงมากกว่าในหลายกรณี หากโครงการมีชั้นดินเหนียวอ่อน สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ การทดสอบ Field Vane Shear Test

เมื่อได้รับรายงานเจาะสำรวจดิน ควรถามอะไรเกี่ยวกับค่า SPT

  • ตัวเลขที่แสดงเป็น N ดิบ หรือมีการปรับเป็น N60 แล้วหรือไม่
  • ใช้ระบบตุ้มแบบใด และมีข้อมูลประสิทธิภาพพลังงานหรือไม่ หากงานออกแบบต้องการ
  • ค่าที่สูงผิดปกติเกิดจากชั้นดินจริง หรือมีกรวด/วัสดุแข็งรบกวนการตอก
  • ชั้นดินและตัวอย่างที่ระดับเดียวกับค่า N ถูกจำแนกอย่างไร
  • มีผลทดสอบในห้องปฏิบัติการใดใช้ยืนยันการตีความหรือไม่
  • ข้อเสนอแนะฐานรากอ้างอิงข้อมูลจากหลายหลุมและหลายผลทดสอบเพียงพอหรือไม่

FAQ: คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ SPT N-Value

SPT N-Value ยิ่งสูงยิ่งดีหรือไม่?

ไม่เสมอไป ค่า N สูงมักสะท้อนการต้านทานการตอกที่สูงขึ้น แต่คำว่า “ดี” ต้องสัมพันธ์กับวัตถุประสงค์ของโครงการ ชนิดดิน ระดับความลึก และพฤติกรรมด้านการทรุดตัวหรือกำลังรับน้ำหนัก ไม่ควรตัดสินคุณภาพชั้นดินจากค่า N เพียงตัวเดียว

ค่า N เท่าไรจึงเหมาะสำหรับวางฐานราก?

ไม่มีค่า N เดียวที่ใช้ตอบได้กับทุกโครงการ การเลือกฐานรากต้องพิจารณาน้ำหนักโครงสร้าง ขนาดฐานราก ชนิดดิน การทรุดตัว ระดับน้ำใต้ดิน และข้อมูลสำรวจทั้งพื้นที่ร่วมกัน

ค่า SPT = 50 หมายความว่าเป็นชั้นหินหรือไม่?

ไม่จำเป็น ค่า N สูงอาจเกิดจากดินทรายแน่นมาก ดินดาน กรวด วัสดุแข็ง หรือสภาพที่ตอกได้ยาก การระบุว่าเป็นชั้นหินต้องอาศัยวิธีสำรวจและการเก็บตัวอย่างหินที่เหมาะสม ไม่ควรสรุปจาก N เพียงค่าเดียว

SPT ใช้กับดินเหนียวอ่อนได้หรือไม่?

สามารถทดสอบได้ในหลายกรณี แต่ SPT ไม่ใช่วิธีที่ให้ค่ากำลังเฉือนของดินเหนียวอ่อนได้โดยตรงอย่างแม่นยำ หากต้องการ undrained shear strength อาจต้องใช้ผลจากตัวอย่างคงสภาพ การทดสอบแรงอัด หรือ Field Vane Shear Test ประกอบตามความเหมาะสม

N-Value กับ N60 ใช้แทนกันได้หรือไม่?

ไม่ควรใช้แทนกันโดยไม่ตรวจสอบที่มาของข้อมูล N60 เป็นค่าที่มีการปรับแก้ด้านพลังงานเพื่อให้เทียบเคียงกันได้ดีขึ้น ขณะที่ N ดิบคือค่าที่บันทึกจากสนามโดยตรง

ทำไมค่า SPT ของสองหลุมที่อยู่ใกล้กันจึงต่างกัน?

ชั้นดินตามธรรมชาติสามารถเปลี่ยนแปลงในระยะสั้นได้ รวมถึงความต่างของระดับดิน น้ำใต้ดิน วัสดุถม และกระบวนการทดสอบ ดังนั้นการวางจำนวนและตำแหน่งหลุมเจาะที่เหมาะสมจึงสำคัญต่อการสร้างภาพรวมของพื้นที่

สรุป

SPT N-Value เป็นข้อมูลภาคสนามที่มีประโยชน์มาก เพราะช่วยให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของความต้านทานชั้นดินตามความลึกและใช้ประกอบการจำแนกสภาพชั้นดินได้อย่างรวดเร็ว แต่การใช้งานที่ถูกต้องต้องรู้ว่าค่า N ถูกวัดอย่างไร เป็นค่า N ดิบหรือ N60 อยู่ในดินชนิดใด และมีเงื่อนไขใดที่อาจรบกวนผลทดสอบ

หากกำลังวางแผนโครงการและต้องการให้ข้อมูล SPT ถูกเก็บพร้อม Boring Log และผลทดสอบที่เหมาะสม สามารถดูรายละเอียดบริการของ EXE Soil Test ได้ที่ บริการเจาะสำรวจดินและทดสอบด้านวิศวกรรม หรือ ขอใบเสนอราคางานเจาะสำรวจดิน

เอกสารอ้างอิงทางวิศวกรรม

SPT N-Value คืออะไร? อ่านค่าใน Boring Log ให้เข้าใจ
Tagged on: